top of page

ริดสีดวงทวารคืออะไร? ทำความเข้าใจอาการ สาเหตุ ระยะ และแนวทางรักษา

  • Palaritt
  • Aug 5
  • 1 min read

Updated: 5 days ago

อินโฟกราฟิกอธิบายโรคริดสีดวงทวาร แสดงภาพริดสีดวงภายในและภายนอก พร้อมข้อมูลเกี่ยวกับอาการ วิธีป้องกัน และแนวทางการรักษาเบื้องต้น

หลายคนอาจรู้สึกกังวลหรือเขินอายเมื่อเริ่มมีอาการผิดปกติบริเวณทวารหนัก เช่น ถ่ายเป็นเลือด เจ็บขณะขับถ่าย หรือมีก้อนยื่นออกมา จนเลือกปล่อยไว้นานกว่าจะตัดสินใจพบแพทย์

ความจริงแล้ว ริดสีดวงทวารเป็นภาวะที่พบได้บ่อย และมีแนวทางดูแลรักษาได้หลายวิธี โดยการเลือกวิธีรักษาจะขึ้นอยู่กับชนิดของริดสีดวงและระดับความรุนแรงของอาการ ไม่ใช่ผู้ป่วยทุกคนจะต้องเข้ารับการผ่าตัด

เราจะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่ริดสีดวงทวารคืออะไร แบ่งเป็นกี่ประเภท มีอาการอย่างไร ไปจนถึงแนวทางรักษาและการป้องกัน เพื่อช่วยให้สามารถสังเกตอาการของตนเองและตัดสินใจดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม


ริดสีดวงทวารคืออะไร

ริดสีดวงทวาร คือ ภาวะที่กลุ่มเนื้อเยื่อหลอดเลือดบริเวณทวารหนักขยายตัวและยื่นนูนออกมา เมื่อมีแรงดันเกิดขึ้นระหว่างการขับถ่ายหรือมีแรงกดจากก้อนอุจจาระ อาจทำให้เกิดเลือดออกขณะขับถ่ายได้


ภาวะนี้ไม่ได้เกิดจากเส้นเลือดเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อบริเวณทวารหนักที่ทำหน้าที่ช่วยพยุงหลอดเลือด เมื่อเนื้อเยื่อดังกล่าวขยายตัวและเคลื่อนต่ำลงจากตำแหน่งเดิม การค้ำจุนหลอดเลือดลดลง จึงเกิดการโป่งนูนและกลายเป็นหัวริดสีดวง

ริดสีดวงทวารมีกี่ประเภท

ริดสีดวงทวารแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

ริดสีดวงทวารภายใน

เกิดขึ้นภายในช่องทวารหนัก โดยในระยะเริ่มต้นผู้ป่วยอาจไม่สามารถมองเห็นหรือคลำก้อนได้

ริดสีดวงชนิดนี้แบ่งความรุนแรงออกเป็น 4 ระยะตามลักษณะของก้อนที่ยื่นออกมา

ริดสีดวงทวารภายนอก

เกิดบริเวณผิวหนังรอบปากทวาร สามารถมองเห็นหรือคลำพบก้อนได้จากภายนอก

บริเวณนี้มีเส้นประสาทจำนวนมาก จึงอาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บได้ชัดเจนกว่าริดสีดวงภายใน

อินโฟกราฟิกแสดงริดสีดวงทวารภายใน 4 ระยะ พร้อมภาพเปรียบเทียบลักษณะของแต่ละระยะ ตั้งแต่ระยะที่ 1 ถึงระยะที่ 4 เพื่อช่วยให้เข้าใจความแตกต่างของโรค

ริดสีดวงทวารภายในแบ่งเป็น 4 ระยะ

การแบ่งระยะใช้เฉพาะกับริดสีดวงทวารภายใน โดยพิจารณาจากลักษณะการยื่นของก้อน

ระยะ

ลักษณะของก้อน

ระยะที่ 1

ก้อนมีขนาดเล็ก ยังไม่สามารถมองเห็นหรือคลำได้ อาจมีเลือดปนขณะขับถ่าย

ระยะที่ 2

ก้อนยื่นออกมาขณะเบ่ง แต่สามารถหดกลับเข้าไปได้เองเมื่อหยุดเบ่ง

ระยะที่ 3

ก้อนยื่นออกมาและไม่กลับเข้าไปเอง ต้องใช้มือดันกลับ

ระยะที่ 4

ก้อนยื่นอยู่นอกทวารหนักตลอดและไม่สามารถดันกลับได้ อาจมีอาการปวด อักเสบ และรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน

การทราบระยะของริดสีดวงมีความสำคัญ เพราะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่แพทย์ใช้ประกอบการเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสม

อินโฟกราฟิกแสดงสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคริดสีดวงทวาร ได้แก่ ท้องเสียบ่อย ท้องผูกเรื้อรัง อายุที่มากขึ้น การตั้งครรภ์ การนั่งนาน และการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก พร้อมภาพประกอบแต่ละปัจจัย

สาเหตุของริดสีดวงทวาร

ริดสีดวงทวารเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อบริเวณทวารหนักที่ช่วยพยุงหลอดเลือด เมื่อเนื้อเยื่อขยายตัวและเคลื่อนต่ำลงจากตำแหน่งเดิม หลอดเลือดที่เคยได้รับการค้ำจุนจึงโป่งนูนขึ้น

เมื่อมีแรงดันเพิ่มขึ้นระหว่างการขับถ่าย หรือมีแรงกดจากก้อนอุจจาระ ก็อาจทำให้เกิดเลือดออกหรือทำให้ก้อนริดสีดวงยื่นออกมามากขึ้น ปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับการเกิดริดสีดวงทวาร

แม้ว่าริดสีดวงทวารจะไม่ได้เกิดจากสาเหตุเพียงอย่างเดียว แต่มีปัจจัยหลายประการที่อาจเกี่ยวข้องกับการเกิดโรค ได้แก่

  • ท้องผูก

  • ท้องเสียเรื้อรัง

  • เบ่งอุจจาระแรง

  • นั่งขับถ่ายเป็นเวลานาน

  • ยกของหนักเป็นประจำ

  • ยืนนาน

  • น้ำหนักตัวเกิน

  • รับประทานอาหารที่มีใยอาหารน้อย

  • รับประทานอาหารเผ็ดบ่อย

  • การตั้งครรภ์

  • โรคตับแข็ง

  • การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก

  • ความหย่อนของเนื้อเยื่อตามอายุ


ใครบ้างที่ควรสังเกตอาการของตนเอง

หากคุณมีพฤติกรรมที่ทำให้เกิดแรงดันบริเวณทวารหนักซ้ำ ๆ เช่น เบ่งอุจจาระบ่อย นั่งถ่ายนาน หรือมีอาการท้องผูกเป็นประจำ ควรสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นระหว่างการขับถ่าย

หากเริ่มมีอาการถ่ายเป็นเลือด เจ็บขณะถ่าย หรือคลำพบก้อนบริเวณทวารหนัก ไม่ควรปล่อยไว้จนรบกวนการใช้ชีวิต เพราะการประเมินอาการตั้งแต่ระยะแรกอาจช่วยให้ได้รับการดูแลที่เหมาะสมมากขึ้น

อาการของริดสีดวงทวารที่อาจพบได้

อาการของริดสีดวงทวารแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับชนิดและระดับความรุนแรงของโรค บางรายอาจมีอาการเพียงเล็กน้อย ขณะที่บางรายอาจมีอาการจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

อาการที่พบได้ ได้แก่

  • เจ็บขณะขับถ่าย

  • ถ่ายเป็นเลือด

  • มีก้อนหรือติ่งเนื้อยื่นบริเวณทวารหนัก

  • ปวดบริเวณทวารหนัก

  • อักเสบบริเวณก้อนริดสีดวง

  • นั่งลำบากในรายที่มีอาการรุนแรง

ริดสีดวงทวารภายในในระยะเริ่มต้นอาจไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บ และผู้ป่วยบางรายอาจสังเกตเห็นเพียงเลือดปนขณะขับถ่ายเท่านั้น


เมื่อใดควรพบแพทย์

หากเริ่มมีอาการที่สงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับริดสีดวงทวาร ไม่ควรปล่อยอาการไว้เป็นเวลานาน เพราะการได้รับการประเมินตั้งแต่ระยะเริ่มต้นอาจช่วยให้เลือกแนวทางดูแลที่เหมาะสมได้

ควรเข้ารับการประเมินเมื่อมีอาการ เช่น

  • เจ็บขณะขับถ่าย

  • ถ่ายเป็นเลือด

  • มีก้อนยื่นออกจากทวารหนัก

  • ก้อนยื่นออกมาและไม่สามารถกลับเข้าไปได้

  • ปวดหรืออักเสบมาก

  • อาการรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน


ริดสีดวงทวารรักษาอย่างไร

แนวทางรักษาริดสีดวงทวารไม่ได้ใช้วิธีเดียวกับผู้ป่วยทุกคน แต่พิจารณาจาก

  • ประเภทของริดสีดวง

  • ระดับความรุนแรง

  • ลักษณะของอาการ

โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 แนวทางหลัก คือ การรักษาโดยไม่ผ่าตัด และการรักษาโดยการผ่าตัด

การรักษาโดยไม่ผ่าตัด

โดยทั่วไปใช้กับริดสีดวงทวารภายในระยะที่ 1 และระยะที่ 2

แนวทางที่อาจใช้ ได้แก่


การปรับอาหารและพฤติกรรม

การปรับพฤติกรรมถือเป็นส่วนสำคัญของการดูแลริดสีดวงทวาร ไม่ว่าจะอยู่ในระยะใดของโรค เพราะช่วยลดปัจจัยที่เพิ่มแรงดันบริเวณทวารหนัก


อินโฟกราฟิกแนะนำ 6 วิธีดูแลตัวเองระหว่างรักษาริดสีดวงทวาร ได้แก่ เข้าห้องน้ำเป็นเวลา รับประทานอาหารที่มีกากใย ดื่มน้ำให้เพียงพอ ไม่ยกของหนัก ไม่เบ่งถ่าย และเดินหรือออกกำลังกายเบา ๆ พร้อมภาพประกอบแต่ละข้อ

การใช้ยา

ใช้เพื่อช่วยลดการอักเสบและช่วยลดเลือดออก


การฉีดยา

การฉีดยามีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้หลอดเลือดที่เลี้ยงก้อนริดสีดวงหดตัว


การใช้ยางรัด

เป็นการใช้ยางรัดบริเวณก้อนริดสีดวง เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงก้อนลดลง จนก้อนฝ่อและหลุดออก


การรักษาโดยการผ่าตัด

การผ่าตัดใช้สำหรับ

  • ริดสีดวงทวารภายในระยะที่ 3 และระยะที่ 4

  • ริดสีดวงทวารภายนอกที่มีการอักเสบ

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเลือกวิธีรักษาควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมินตามลักษณะของผู้ป่วยแต่ละราย

วิธีผ่าตัดที่กล่าวถึง ได้แก่

Laser Hemorrhoidoplasty

เป็นการใช้เลเซอร์ทำลายหลอดเลือดที่เลี้ยงก้อนริดสีดวง เพื่อให้ก้อนฝ่อลง เหมาะกับริดสีดวงที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก

Excisional Hemorrhoidectomy

เป็นการผ่าตัดนำก้อนริดสีดวงและหลอดเลือดที่เกี่ยวข้องออก เหมาะกับริดสีดวงที่มีขนาดใหญ่


ริดสีดวงทวารป้องกันได้หรือไม่

แม้ว่าริดสีดวงทวารจะสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ หากยังคงมีพฤติกรรมเสี่ยงเดิม แต่การดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันอาจช่วยลดโอกาสเกิดหรือกลับมาเป็นซ้ำได้

แนวทางที่ช่วยป้องกัน ได้แก่

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ

  • รับประทานอาหารให้ครบหมู่

  • เพิ่มผักและอาหารที่มีใยอาหาร

  • ฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลา

  • ขับถ่ายอย่างสม่ำเสมอ

  • ไม่นั่งขับถ่ายเป็นเวลานาน

  • หลีกเลี่ยงการเล่นโทรศัพท์หรืออ่านหนังสือขณะขับถ่าย

  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ริดสีดวงทวารทุกชนิดแบ่งเป็น 4 ระยะหรือไม่

ไม่ใช่ การแบ่งเป็น 4 ระยะใช้กับริดสีดวงทวารภายใน ส่วนริดสีดวงทวารภายนอกไม่ได้แบ่งตามระบบนี้

ถ่ายเป็นเลือด แปลว่าเป็นริดสีดวงทวารแน่นอนหรือไม่

ยังไม่สามารถสรุปได้จากอาการเพียงอย่างเดียว แม้ว่าริดสีดวงทวารอาจทำให้ถ่ายเป็นเลือดได้ แต่ควรได้รับการประเมินจากแพทย์

ริดสีดวงทวารทุกคนต้องผ่าตัดหรือไม่

ไม่จำเป็น วิธีรักษาขึ้นอยู่กับชนิดและระดับความรุนแรงของโรค ผู้ป่วยบางรายอาจได้รับการดูแลโดยไม่ต้องผ่าตัด

ผ่าตัดแล้วจะไม่กลับมาเป็นอีกใช่หรือไม่

แม้ได้รับการรักษาแล้ว ริดสีดวงทวารยังสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ หากยังคงมีพฤติกรรมเสี่ยงเดิม

ยาเพียงอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่

ควรมีการปรับอาหารและพฤติกรรมร่วมกับการรักษา การใช้ยาเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับผู้ป่วยทุกคน

สรุป

ริดสีดวงทวารเป็นภาวะที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อและหลอดเลือดบริเวณทวารหนัก สามารถแบ่งออกเป็นริดสีดวงภายในและภายนอก โดยริดสีดวงภายในแบ่งความรุนแรงออกเป็น 4 ระยะ ซึ่งแต่ละระยะอาจต้องการแนวทางดูแลที่แตกต่างกัน

การรักษาจะพิจารณาจากชนิดและระดับความรุนแรงของโรค ไม่ใช่ผู้ป่วยทุกคนจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด ขณะเดียวกัน การปรับพฤติกรรม เช่น การรับประทานอาหารที่มีใยอาหาร ดื่มน้ำให้เพียงพอ ไม่นั่งขับถ่ายนาน และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงและลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำของโรคได้

 
 
bottom of page